ใครว่าติดกระเบื้องโมเสคเองยาก มาเรียนรู้วิธีการติดตั้งกระเบื้องโมเสคแบบง่ายๆกันดีกว่า


ใครว่าติดกระเบื้องโมเสคเองยาก มาเรียนรู้วิธีการติดตั้งกระเบื้องโมเสคแบบง่ายๆกันดีกว่า1.jpg

หากต้องการปูกระเบื้องโมเสกในพื้นที่เล็กๆที่บ้าน ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้บริการช่างมืออาชีพให้ยุ่งยาก เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ปูโมเสกแบบใหม่มาแนะนำ เป็นทั้งยาแนวและกาวซีเมนต์ในตัวเดียวกัน ง่ายและสะดวกสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการจบงานในขั้นตอนเดียว

เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น -เกรียงหวีสำหรับปูโมเสก -เกรียงใบโพธิ์หรือไม้พายสำหรับผสมปูนยาแนวให้เข้ากัน -เกรียงยาแนวหรือแผ่นยางปาดยาแนว -ฟองน้ำสำหรับทำความสะอาดยาแนว -ถังสำหรับผสมปูนยาแนว

ขั้นตอนการทำงาน 1.ทำความสะอาดพื้นผิวและโมเสก โดยขจัดผงปูน ฝุ่นละออง ฯลฯ ที่ติดอยู่ตามพื้นผิวออกให้หมด จากนั้นนำปูนกาวสำเร็จรูปแบบ 2 in 1 มาผสมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วนที่ระบุไว้ในฉลาก โดยใช้เกรียงใบโพธิ์หรือไม้พายคนให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน ลักษณะจะเป็นครีมข้นๆ ปล่อยทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นใช้เกียงหวีปาดกาวให้เป็นทางยาวแล้วเกลี่ยให้ทั่วพื้นผิว จากนั้นปูแผ่นโมเสกบนปูนกาวและกดให้แน่น ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนลงมือยาแนวต่อไป

2.เมื่อปูนกาวแห้งตัวในระดับหนึ่งแล้ว ใช้เกรียงยาแนวหรือแผ่นยางปาดยาแนวที่ผสมดีแล้วให้เฉียงกับร่องของโมเสก เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้

3.ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆเช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นโมเสก ก่อนยาแนวจะแห้งสนิท และปล่อยทิ้งไว้อีกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้ยาแนวอยู่ตัว จึงใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าโมเสกอีกครั้ง และเพื่อการยึดเกาะที่ดีของยาแนว ควรทิ้งไว้ให้แห้งสนิทประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนใช้งานจริง

ใครว่าติดกระเบื้องโมเสคเองยาก มาเรียนรู้วิธีการติดตั้งกระเบื้องโมเสคแบบง่ายๆกันดีกว่า2.jpg

TIP ผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวแบบ 2 in 1 มีส่วนผสมของเคมีชนิดพิเศษ ซึ่งช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ ดังนั้นการผสมกับน้ำควรค่อยๆ เทผลิตภัณฑ์ลงในน้ำทีละน้อย พร้อมกับคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ขณะใช้งานก็ควรหมั่นคนเป็นระยะๆ ปูนกาวที่ผสมอยู่ในถังแล้วใช้งานได้นาน 2 ชั่วโมง (แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน) และเมื่อปูนกาวเหนียวข้นเนื่องจากทิ้งไว้นานเกินไป อย่าเติมน้ำเพื่อทำให้เหลว ควรเททิ้งแล้วผสมใหม่จะดีกว่า

ใครว่าติดกระเบื้องโมเสคเองยาก มาเรียนรู้วิธีการติดตั้งกระเบื้องโมเสคแบบง่ายๆกันดีกว่า3.jpg

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก บ้านและสวน

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Hozz และ Pinterest

 Featured Posts